หงส์แดง หลังไม่แน่น หน้าไม่คมพอ

หงส์แดง
หงส์แดง

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก  เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นการรวบรวมสโมสรที่ดีที่สุด 32 ทีมในยุโรป มาแข่งขันกันในรายการนี้

ซึ่งแต่ละทีมก็ต่างมีคุณภาพ และจุดแข็งของตัวเองที่จะงัดออกมาใช้ต่อกรกับคู่ต่อสู้ เรียกว่ามีแต่เสือ สิงห์ กระทิง แรดทั้งนั้นในรายการนี้ ไม่มีหมูให้มาเคี้ยวง่ายๆ

โดยเพราะการเตะในบ้านตัวเองของทีมที่ดูเป็นรองกว่าก็จะเน้นเป็นพิเศษกับโอกาสในการทำประตูแต่ละครั้ง ดังเช่น สปาร์ตัค มอสโกว์ ทีมจากเมืองหลวงของรัสเซีย

ที่เปิดบ้านพบกับ ลิเวอร์พูล เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่ารูปเกมการเล่นจะดูสู้ไม่ได้เลยก็ตาม แต่พวกเขากลับได้ผลการแข่งขันตามที่กุนซือ มัสซิโม่ คาร์เรร่า กุนซือชาวอิตาเลี่ยนต้องการ

เมื่อแบ่งแต้มกับทีมดังจากอังกฤษมาได้ด้วยการเสมอกัน 1-1 ทั้งที่โดนบุกถล่มอย่างหนัก แต่ก็รอดมาได้ด้วยความที่ทีมเยือนขาดความเฉียบขาดในการทำประตู

ซึ่งต่างจากเจ้าถิ่นที่มีโอกาสยิงเพียง 4 ครั้งเท่านั้นตลอด 90 นาที โดยเป็นการยิงตรงกรอบ 2 ครั้ง แต่เปลี่ยนมาเป็น 1 ประตูได้ จากการยิงฟรีคิกของเฟอร์นานโด

กองกลางชาวบราซิเลี่ยนที่ปั่นข้ามกำแพงผ่านมือลอริส คาริอุส นายด่านทีมเยือนเข้าไป ให้เจ้าถิ่นออกนำ ซึ่งต้องบอกว่าฟรีคิกลูกนั้นก็ไม่ได้ยิงเข้ามุมประตูมากมาย

ถือว่าต้องโทษนายประตูชาวเยอรมันด้วยซ้ำที่เซฟลูกนี้ไม่ได้ กลับกันหากเป็น ซิมง มิโญเล่ต์ น่าจะทำได้ดีกว่านี้

หงส์แดง

หงส์แดง

หลังจากถูกเจ้าถิ่นออกนำ ทีม”หงส์แดง” ก็บุกเข้าใส่อย่างหนักเพื่อหวังจะเอาประตูคืน และสามารถทำประตูตีเสมอได้เร็วด้วย หลังจากตามหลังไม่ถึง 10 นาที

เมื่อฟิลิเป้ คูตินโญ่ ทำชิ่ง 1-2 กับซาดิโอ มาเน่ หลุดเข้าไปเลือกยิงเน้นๆ ผ่านมืออาร์เต็ม เรบรอฟ นายด่านกัปตันทีมเข้าไป ซึ่งตอนหลังเจ้าตัวไปปะทะกับโมฮาเหม็ด ซาล่าห์

จนทำให้ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไปด้วย ซึ่งหลังจากนั้นผู้มาเยือนจากอังกฤษก็บุกเข้าใส่อย่างหนักตลอดช่วงครึ่งหลัง โดยได้โอกาสทั้งฟิลิเป้ คูตินโญ่

ซาดิโอ มาเน่ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ รวมไปถึงดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่ถูกเจอร์เก้น คล็อปป์ส่งลงมาเป็นตัวสำรองด้วย แต่โอกาสในเกมทั้งหมด 17 ครั้ง

กลับไม่สามารถเปลี่ยนให้เป็นประตูที่ 2 ได้ ทำให้พวกเขาเก็บได้เพียง 2 คะแนนเท่านั้น จากการลงสนามไปแล้ว 2 นัด ทำให้โอกาสในการลุ้นเข้ารอบตัดเชือกของแต่ละทีมในกลุ่มนี้ยังเปิดกว้างอยู่…